คำถามที่พบบ่อย

  • ระบบไฟฟ้าขับเคลื่อนสำหรับการเดินรถไฟฟ้า รับกระแสไฟฟ้าขนาด 69 kV จาก สถานีไฟฟ้าย่อยบางกะปิของการไฟฟ้านครหลวงจำนวน 2 แหล่งจ่าย โดยปกติใน การเดินรถไฟฟ้าจะใช้ไฟฟ้าที่รับมาจากการไฟฟ้านครหลวงเพียงแหล่งจ่ายเดียว

    อีกหนึ่งแหล่งจ่ายจะไว้ใช้ในกรณีแหล่งจ่ายแรกขัดข้อง ทั้งนี้ระบบไฟฟ้าที่ใช้ใน โครงการจะถูกแปลงแรงดันโดยหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังให้เหลือขนาด 25 kV (25,000 โวลต์) เพื่อใช้ในระบบการเดินรถไฟฟ้า ซึ่งระบบจ่าย ดังกล่าวจะมี หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังจำนวน 2 ลูก แบ่งจ่ายไฟให้กับระบบ หากลูกใดลูกหนึ่งชำรุดหม้อแปลงอีกลูกก็ยังสามารถจ่าย ไฟฟ้าได้ทั้งระบบ

    การควบคุมการเดินรถควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์หากระบบไฟฟ้าหลักขัดข้องก็มีระบบไฟฟ้าหลักสำรองเพื่อควบคุม การเดินรถให้เดินรถได้ตามปกติ ห้องสำรองไฟฟ้า UPS ซึ่งมีหน้าที่จ่ายไฟฟ้าให้กับระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการเดินรถ กรณีที่ไฟฟ้าเกิดขัดข้องก็สามารถสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ได้ถึง 8-12 ชม.

  • กรณีประตูรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ปิดเสียงดัง บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพราะ ระบบทำงานบกพร่อง แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำงานตามปกติ ซึ่งเสียงที่ดังนั้นเกิดจากการ ที่ระบบดึงประตูเข้าแนบสนิทกับตัวรถไฟฟ้า และระบบล็อคประตูทำงาน ระบบประตูที่ใช้จะเป็นการปิดแบบ 2 ขั้นตอน คือ - ขั้นตอนที่ 1 ประตูจะสไลด์เข้าหากันจนชิด - ขั้นตอนที่ 2 ประตูจะดึงเข้าแนบสนิทกับตัวรถไฟฟ้า (การทำงานด้วยแรงงานลม โดยระบบนิวเมติกส์) เพื่อให้ตัวรถไฟฟ้ามีค่าสัมประสิทธ์ต้านทานทางอากาศต่ำ อันเป็นการลดแรงต้านลม และเพื่อความปลอดภัยสูงสุด เนื่องรถไฟฟ้าวิ่งด้วยความเร็วสูง ในส่วนที่ผู้โดยสารสงสัยว่าบนรถไฟฟ้าด่วน (Express Line) มีเสียงปิดประตูดัง น้อยกว่ารถไฟฟ้าธรรมดา (City Line) นั้น เกิดจากในขบวนรถไฟฟ้าด่วนมีการปูพรมที่พื้น และเยาะก็หุ้มด้วยผ้า จึงเป็นการลดเสียงดังอีกส่วนหนึ่ง จึงทำให้เสียงประตูปิดดังน้อยกว่า รถไฟฟ้าธรรมดา

  • กรณีเกิดประกายไฟ และเสียงดังบนรถไฟฟ้าบริเวณโบกี้ที่ 2 ของตัวรถนั้น เนื่องจากรถไฟฟ้า Airport rail link เป็นรถไฟฟ้าที่วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม./ชั่วโมง จึงมีแรงสั่นสะเทือนจาก ตัวรถและระบบราง ถ้าตัวรถไปกระทบกับตัวจ่ายไฟในรางที่ 3 ซึ่งขนานกับรางตลอดเส้นทาง จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียร้ายแรง ด้วยเหตุนี้รถไฟฟ้า Airport rail link จึงไม่เหมาะใช้ระบบการจ่ายไฟในระบบดังกล่าว ในส่วนของ ระบบจ่ายไฟเหนือหัวหรือเรียกว่า Overhead Cantenary System นั้น เหมาะสมรถไฟระหว่างเมืองทั้งในเรื่องของความปลอดภัย และการประหยัดค่าใช้จ่ายในการ สร้างสถานีจ่ายไฟ ซึ่งรถไฟฟ้าของ Airport rail link ใช้การจ่ายไฟแบบนี้ สำหรับกรณีที่มี ประกายไฟและเสียงดัง จะอยู่ในช่วงที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่านระหว่างเปลี่ยนขั้วแรงจ่าย จากกระแสไฟฟ้าสลับที่มาจากแหล่งจ่ายไฟต่างกัน (Neutral zone) ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Pantograph ซึ่งรับไฟฟ้าจากระบบจ่ายไฟเหนือหัว (จะเกิดเสียงดังขึ้นระหว่างรถไฟฟ้า วิ่งผ่านสถานีรามคำแหงและหัวหมากเท่านั้น) และไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อผู้โดยสารทั้งสิ้น

  • เนื่องจากรถไฟฟ้ามีความเร็วสูง จึงทำให้ตัวรถเกิดการสั่นโคลงขณะวิ่ง ถ้าระยะห่างของตัวรถ และชานชาลาไม่เพียงพอ อาจก่อให้เกิดการอันตรายได้ ซึ่งระยะห่างขนาดนี้ ไม่เป็นอันตราย แต่ขอให้สังเกตและระมัดระวังขณะก้าวข้ามระหว่างชานชาลาไปสู่ตัวรถไฟฟ้า

  • เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย รถไฟฟ้า Airport Rail Link อนุญาตให้จักรยานที่สามารถพับได้เท่านั้น เข้ามาใช้บริการในระบบได้

    และขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารที่นำจักรยานพับได้ขึ้นมาใช้บริการ โดยสารที่ตู้หัวและท้ายขบวนของรถไฟฟ้า เนื่องจากมีพื้นที่วางสัมภาระขนาดใหญ่

  • การเติมเงินในบัตร Smart Pass สามารถเติมได้ 2 ช่องทาง

    1) เติมเงินผ่านตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ สามารถเติมได้ตั้งแต่ 20บาท ขึ้นไป โดยสามารถใช้ธนบัตรใบละ 20, 50, 100, 500 และ 1,000บาท แต่ไม่สามารถใช้เหรียญในการเติมเงินได้ ไม่เกิน 3,000บาท (รวมวงเงินในบัตร)

    2) เติมเงินผ่านพนักงานจำหน่ายตั๋ว สามารถเติมได้ตั้งแต่ 100บาท ขึ้นไป ไม่เกิน 3,000บาท (รวมวงเงินในบัตร)

  •   เมื่อผู้โดยสารผ่านประตูอัตโนมัติเข้าไปแล้ว สามารถอยู่ในระบบได้ไม่เกิน 90 นาที 

    เหรียญโดยสารสามารถใช้ได้วันต่อวัน ไม่สามารถเก็บไว้ใช้ข้ามวันได้

  • ขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นขบวนรถไฟฟ้าที่สร้างโดย บริษัท ซีเมนต์ (SIEMENS) รุ่น DESERO ที่ถูกออกแบบให้ดวงไฟหน้ารถไฟฟ้าด้านขวาเป็น Daylight ใช้ในช่วงเวลากลางวัน ดวงไฟหน้าขบวนรถไฟฟ้าด้านซ้ายเป็น Nightlight ใช้ในช่วงเวลากลางคืน และหากเปิดไฟทั้งสองดวงพร้อมกัน จะเป็นระบบไฟกระพริบแบบฉุกเฉินใช้ในช่วงเวลาที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่านสถานีแบบไม่จอดรับผู้โดยสาร